สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

FTTxคืออะไร

FTTxคืออะไร

FTTX คืออะไร

FTTx ย่อมาจาก Fiber to the x ใช้เรียกลักษณะโครงสร้างของระบบเครือข่ายอินเตอร์ความเร็วสูงที่มีการใช้งาน สายใยแก้ว  Fiber Optical แทนสายโลหะทองแดง ส่งตรงถึงบ้านของลูกค้า ซึงคุณภาพ และความเร็วในการ รับ-ส่ง สัญญาณ สูงกว่าสายโทรศัพท์ธรรมดาที่เราใช้กันในระบบ ADSL หลาย ร้อย-พันเท่า ซึ่งมีความเร็วได้สูงเป็น กิกะบิตต่อวินาที ( Gbps )

FTTH นั้น รากฐานมาจากชื่อ FTTx คำว่า x หมายถึงสถานที่ ที่ สายใยแก้วไปถึง หากไปถึงบ้าน ก็จะเรียกว่า FTTH (Home) ถ้าไปถึงตึก ก็จะเรียกว่า FTTB (Building) และ ถ้าไปถึงสำนักงานจะเรียกว่า FTTO (Office) เป็นต้น

FTTH: Fiber to the Home เป็นเทคโนโลยีอินเตอร์บอร์ดแบนร์ความเร็วสูงภายในบ้านผ่านสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง ปัจจุบันเราใช้ ADSL ซึ่งสายโทรศัพท์เป็นทองแดง ได้ความเร็วเต็มที่แค่

9-10 Mbps แต่ถ้าหากเราเปลี่ยนมาใช้ FTTH โดยเปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นสาย Fiber Optical (เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง)เมื่อเชื่อต่ออินเตอร์เน็ตเราจะได้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น ด้วยความเร็วสูงระดับ 1000 Mbps การอัพโหลดจะมีประสิทธิภาพในการ รับ-ส่ง ข้อมูลที่เร็วอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ดังนั้นเมื่อเราใช้ ระบบ FTTH จึงทำให้คุณภาพชีวิต เราดีขึ้น ซึ่งระบบ ADSL ไม่สามารถทำได้เทียบเท่า ระบบ FTTH

การให้บริการผ่านระบบ FTTH

รูปแบบของการให้บริการ มีหลากหลาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • การให้บริการโทรศัพท้องถิ่นและโทรศัพท์ทางไกล
  • การให้บริการข้อมูลชนิดบรอดแบรนด์ รวมทั้งการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นจุดขายหลัก ในปัจจุบัน
  • การแพร่กระจายสัญญาณภาพไปยังสมาชิกเช่นเดียวกับระบบเคเบิลทีวี
  • การให้บริการโทรทัศน์แบบดิจิตอล ( Digital TV) ซึ่งมีคุณสมบัติของภาพและเสียงดีกว่าระบบ แอนะล็อกในปัจจุบันมาก
  • การให้บริการ Video On Demand หรือ Pay Per View โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกดูภาพยนตร์ที่ต้องการ ได้ ตามวันเวลาที่ต้องการ
  • การให้บริการระบบความปลอดภัยภายในบ้านพักอาศัย ( Home SecuriTy) อาคาร สำนักงาน คอนโดมิเนียม โดยการใช้กล้องทีวีวงจรปิด ตรวจจับสัญญาณภายในอาคาร แล้วส่งไปยัง ศูนย์บริการที่อยู่ห่างไกล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอย ตรวจสอบผิดปรกติ ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้เจ้าของ สถานที่นั้น  หรือ เจ้าของบ้าน  อุ่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น
  • การให้บริการเพลงแบบดิจิตอล ( Digital Music) ในปัจจุบันคุณภาพเสียงก็ดีในระดับหนึ่ง เท่านั้น แต่ถ้า เสียงเพลง และ เสียงดนตรี ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง FTTH ด้วยแล้ว   ย่อมทำให้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีก
  • เกมส์ออนไลน์ ( Game Online) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังมาแรง สามารถทำรายได้สูงมากหาก  เกมส์นั้นได้รับความนิยมในหมู่คนจำนวนมาก
  • การให้บริการในส่วนของระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต   หรือ     ระบบ e-learning  ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลมีความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเองอีกด้วย
  • ระบบการแพทย์ทางไกล ( Tele-Medicine) ช่วยให้บริการวินิชฉัยโรค และการรักษาเบื้องต้น สามารถกระทำได้แม้ว่าผู้ป่วยและ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ FTTH เป็นระบบที่น่าสนใจสำหรับผู้เช่า(Subscriber)หรือผู้ใช้(User)โดยเฉพาะ ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ต มีดังต่อไปนี้

ความสามารถในการสื่อสารข้อมูลด้วยความเร็วสูง (High Capacity) และระบบมีความน่าเชื่อถือ (System Reliability)

โครงสร้างพื้นฐานของสายส่งที่ใช้ในระบบ FTTH ถูกกำหนดให้เป็นเส้นใยนำแสงตลอดเส้นทางจากผู้ให้บริการไปจนถึงบ้านผู้เช่า ทำให้ได้ท่อนำสัญญาณที่มีขนาดมใหญ่สามารถส่งข้อมูลปริมาณมากๆ ได้ในคราวเดียวกัน

โดยปรกติระบบโครงข่ายสื่อสารที่เป็นเส้นทางหลักขนาดใหญ่หรือ แบ็กโบน(Backbone) ต่างก็ใช้สายส่ง ที่เป็นเส้นใยนำแสงแทบทั้งสิ้น ดังนั้น การนำเส้นใยแก้วนำแสงมาใช้ในการเข้าถึง(Access) ผู้เช่าโดยตรง ย่อม สามารถรองรับความเร็วในหารสื่อสารข้อมูลได้ทั้งสิ้น

ในระบบ FTTH ความเร็วในการสื่อสารข้อมูลจะเริ่มต้นที่ 100 Mbps ซึ่งถือว่าเร็วกว่า ADSL ถึง 100 เท่า ( เมื่อเทียบกับ 1 Mbps) โดยหลักการแล้ว

อุปกรณ์ชนิดพอน PON (Passive Optical Network) สามารถรองรับการทำงานในรูปแบบต่างๆ ที่อยู่ในโครงข่ายได้ในเวลาเดียวกัน การออกแบบให้ PON มีอัตราร่วมใช้ งาน (Sharing Ratio) ลดลง หรือ การเพิ่มความยาวคลื่นแสงที่เป็นคลื่นพาหะ สามารถทำให้ FTTH สื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วขนาด 2.488 Mbps ได้อย่างสบาย

การใช้เส้นใยนำแสงเป็นสื่อสัญญาณ(Transmission) ของระบบ FTTH ทำให้ข้อมูลที่เดินทางระหว่าง สถานีมีลักษณะเป็นแสง ซึ่งแตกต่างจากข้อมูลที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าในระบบสายส่งทองแดง ทำให้มีความปลอดภัยสูง

ข้อดีของระบบ FTTH

แนวความคิดของเทคโนโลยี FTTH มีมานานร่วม 40 ปี แต่เพิ่งจะมามีบทบาทต่อระบบสื่อสารในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีนี้ ทั้งนี้มิใช่เพียงแค่เหตุผลที่เส้นใยนำแสงมีราคาถูกลงเท่านั้น แต่ยังมีองค์

ประกอบอื่นๆ ที่เป็นข้อดี ของระบบ ดังนี้

ระบบมีความเร็วสูง ( High Capacity)

ในส่วนของระบบ FTTH เอง ถูกออกแบบให้สามารถสื่อสารข้อมูลที่ความเร็วปรกติ ประมาณ 155 เมกกะบิทต่อวินาที (Mbps) ซึ่งถือว่ามีความเร็วมากกว่า ระบบ ADLS (ที่ความเร็วปรกติ 1.5 Mbps) ร่วมร้อยเท่าเลยทีเดียว

ความเร็วในการสื่อสารข้อมูลของ FTTH ที่ให้บริการในบ้านเรา อาจเริ่มต้นที่ความเร็วต่ำกว่า 155 Mbps ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานพื้นฐานของมัน แสดงให้เห็นว่าระบบ FTTH สามารถรองรับการใช้ในงานสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงมากในอนาคตได้อย่างไม่ต้องสงสัย หากผู้ใช้บริการต้องการความเร็วที่มากขึ้น แน่นอนก็ต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น ก็สามารถเลือกความเร็ว ตามที่ผู้ใช้บริการกำหนด ได้มากถึง 1000Mbps หากข้อมูลที่วิ่งอยู่ระบบ FTTH ทำงานร่วมกับระบบสื่อสารแบบ ATM (Asynchronous Transfer Mode) ในโคงการข่ายสื่อสารที่ให้บริการ

เมื่อเปรียบเทียบความเร็วในการสื่อสารข้อมูล กับราคาการให้บริการซึ่งอาจสูงกว่าระบบ ADSL ไม่มาก จะพบว่าค่าใช้จ่ายต่อหน่วยข้อมูล ( เช่น y บาทต่อข้อมูล ที่ 1 Mbps) จะถูกกว่าระบบที่ใช้ไฟฟ้าเป็นสื่อสัญญาณมาก

ระบบมีความน่าเชื่อถือ ( System Reliability)

จากผลสำรวจพบว่า ในกรณีของการพิจารณาเลือกใช้ระบบสื่อสารระยะไกลลูกค้าในปัจจุบันให้ความสนใจต่อระบบสื่อสารที่มีความน่าเชื่อถือสูงเป็นอันดับต้นๆ เหนือรายละเอียดที่เกี่ยวกับราคาค่าใช้จ่ายซึ่งสอดคล้องกับระบบ FTTH

ความน่าเชื่อถือของระบบ FTTH เกิดจากระบบสายส่งที่เป็นเส้นใยนำแสง ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำเส้นใยนำแสงในระบบสื่อสารโทรคมนาคมมักเป็นแก้ว ทั้งนี้แก้วจะมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมสูง อีกทั้งแก้วไม่เป็นสนิมทำให้เส้นใยนำแสงมีอายุการใช้งานนานมาก เมื่อเทียบกับสายไฟโลหะ ในการใช้งานจริง วัสดุที่เป็นเปลือกหุ้มเส้นใยในลักษณะของสายเคเบิล อาจสึกกร่อนไปก่อนตัวเส้นใสนำแสงเอง อย่างไรก็ตาม เคเบิลเส้นใยนำแสงมักมีอายุใช้งานเป็นอย่างน้อย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งถือว่านานพอที่จะทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจในการนำสัญญาณของระบบ FTTH

วัสดุที่ใช้ทำเส้นใยแก้วมีความเป็นฉนวนำไฟฟ้า โดยธรรมชาติ ทำให้ปราศจากปัญหาเกี่ยวกับการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้ข้อมูลสื่อสารไม่มีสัญญาณรบกวนที่เกิดจากการเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนสายส่งทองแดง สัญญาณสื่อสารในระบบ FTTH จึงเป็นสัญญาณที่สะอาดและเชื่อถือได้สูง

ระบบ FTTH ใช้เส้นใยนำแสงเป็นสายส่งสัญญาณส่งไปยังบ้านของผู้ใช้ผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า ONU (Optical Network Unit) ซึ่งจะติดตั้งอยู่ภายในบ้านของผู้เช่า ONU นี้ทำหน้าที่กระจายสัญญาซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาณไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ปลายทางที่อยู่ในบ้าน เช่น

คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือ โทรทัศน์ เป็นต้น เนื่องจากสายส่งสัญญาณที่ต่อเข้ากับ ONU เป็นเส้นใยนำแสงทำให้ไม่มีส่วนของตัวนำเชื่อมต่อเหมือนระบบโทรศัพท์ ทำให้ช่วยลดแรงไฟกระชาก( Electrical Surge) ที่อาจเกิดจากฟ้าผ่า และการเหนี่ยวนำไฟฟ้า

ตัวแยกสัญญานคลื่นแสง ในระบบสายใยแก้ว : อุปกรณ์แยกแสง ซึ่งเรียกว่า Splitter ซึ่งในปัจจุบัน ค่าการสูญเสียของสํญญาณ (Excess Loss ) ต่ำ ซึ่งอยู่ที่ตัวเลข <0.5dB นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานได้มากกว่า 50,000 ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง โดยคุณภาพของสัญญาณยังคงเดิมอีกด้วย

เครือข่ายเชิงแสงแบบพาสซีฟ หรือ PON (Passive Optical Network)

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในการติดตั้ง ระบบสื่อสารด้วยสายใยแก้ว มักเกี่ยวข้องกับงานเครือข่ายตอนนอก ทั้งสิ้น

01


ซึ่งลักษณะเครือข่ายเช่นนี้เรียกว่า “ เครือข่ายเชิงแสงแบบพาสซีฟ หรือ PON (Passive Optical Network) จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในของเครือข่าย FTTH มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับปริมาณข้อมูลที่ให้บริการ หรือ ข้อมูลความเร็วที่ได้รับระบบ FTTH เป็นระบบที่อุปกรณ์ข่ายสายตอนนอกเป็นเครือข่ายเส้นใยนำแสงที่บรรจุข้อมูลได้มาก ทำให้ สามารถสื่อสารข้อมูลสำหรับผู้ใช้จำนวนมากผ่านเส้นใยนำแสงเพียงเส้นเดียวได้ในเส้นทางหลักของการสื่อข้อมูลจากนั้นจึงค่อยใช้ตัวแยกแสง ทำการแยกแสงข้อมูลไปยังบ้านผู้ใช้อีกทีหนึ่ง การที่โครงสร้างของระบบเป็นเช่นนี้ จะทำให้ระบบมีราคาถูกลง เพราะเส้นใยนำแสงสามารถใช้เป็นเส้นทางร่วมของการสื่อข้อมูลได้ ประกอบกับตัวแยกแสง เป็นอุปกรณ์ประเภทพาสซีฟ (หมายถึงอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องป้อนพลังไฟฟ้า จากภายนอก)

โครงสร้างทางเทคนิคของระบบ FTTH

โครงสร้างทางเทคนิคพื้นฐานของระบบ FTTH แสดงดังรูปที่ 3 หากเราจิตนาการถึงเครือข่ายสื่อสาร โทรคมนาคมทั่วไป ให้นึกถึงภาพคล้ายกลุ่มก้อนเมฆในรูป ซึ่งหมายถึงว่า โครงสร้างข่ายจะเป็นอะไรก็ตาม เราจะไม่สนใจ ( เพราะมันคงซับซ้อนมาก) รู้แต่ว่ามันสามารถให้ข้อมูลเดินทางจากต้นทางไปถึงปลายทาง ได้ก็พอ ในระบบ FTTH จะมีชุมสายที่เป็นสำนักงานกลางเรียกว่า CO (Central Office) ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับสัญญาณารการให้บริการไปยังผู้ใช้ที่อยู่ในเขตควบคุมของ CO อีกทั้งยังต้องทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับระบบสื่อสารโครคมนาคม

ในระบบของ FTTx จะมีอุปกรณ์ทั้งหมด 3 ตัวหลักๆด้วยกัน

OLT = Optical Line Terminal เป็นอุปกรณ์ควบคุมเครือข่าย FTTx นี่แหละครับ โดยจะรับข้อมูลจากทางผู้ให้บริการแล้วส่งข้อมูลไปยังบ้านต่างๆ

Splitter = เป็นตัวที่จะแตกสาย Fiber ออกเป็นหลายๆเส้นเพื่อเดินทางไปยังแต่ละบ้าน

ONU = Optical Network Unit จะถูกติดตั้งเป็น Router อยู่ตามบ้านเพื่อทำหน้าที่รับข้อมูลจาก OLT ทำให้บ้านนั้นๆสามารถใช้งาน Internet ได้

ข้อดีของระบบ PON ซึ่งตอนนี้เป็น GPON ก็คือ ความเร็วสูงมาก ขา Download สูงสุดถึง 2.5gbps ส่วนอัพโหลดก็ระเบิดไปได้ถึง 1.2 gbps ทำให้กลายเป็นมาตรฐานที่สำคัญของการขยายโครงข่าย Internet ความเร็วสูงในอนาคตเลยครับ ซึ่งนอกจากใช้งานอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ยังสามารถใช้ให้บริการอื่นๆ เช่นการดู Cable TV หรือสายโทรศัพท์ได้ในเส้นเดียวเลยด้วย

เพื่อรับส่งข้อมูลไปยังที่อื่นตามความต้องการของผู้ใช้ ภายใน CO จะประกอบด้วยอุปกรณ์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่ประมวลสัญญาณ เช่น ตัดต่อหรือสลับสาย ( Switching ) จัดหาเส้นทางการเดินทางของข้อมูล(Routing) และอื่นๆ ตามที่ จำเป็น ระหว่าง CO กับบ้านผู้ใช้ เป็นงานเครือข่ายตอนนอก ประกอบด้วยเส้นใยนำแสงเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบ้านผู้ใช้ในลักษณะของการกระจาย(Distribution) ไปยังชุมชนเข้าสู่บ้านผู้ใช้ตามลำดับ เส้นใยนำแสงที่ออกจาก CO ต้องมีความสามารถในการสื่อสัญญาณที่มีปริมาณมากข้อมูลมากๆ ได้ ส่วนของเคเบิลเส้นใยนำแสงส่วนนี้ เรียกว่า ฟีดเดอร์ ( Feeder)

เส้นทางเดินของสาย Fiber Optic จาก Feeder Cable จะถูกแยกออกเป็น เส้นทางย่อยๆ เพื่อส่งข้อมูลไปยังชุมชนต่างๆ ส่วนของ Fiber Optic ส่วนนี้เรียกว่า Distribution Cable ในแต่ละชุมชน หรือกลุ่มผู้ใช้ปลายทาง จะมีตัวแยกข้อมูลส่งผ่านสายส่ง Fiber Optic ไปแต่ละบ้านโดยเฉพาะ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าการเข้าถึง หรือ แอกเซส (Access) และสาย Fiber Optic ในส่วนของ Access นี้จะถูกเรียกว่าเป็น Drop Cable ( ในทำนองเดียวกับระบบโทรศัพท์สายทองแดง) ด้านปลายของสาย Fiber Optic ที่เข้าไปยังบ้านผู้ใช้ จะต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่เรียกว่า ONU ( Optical Network Unit) หรือบางคน เรียกว่า ONT ( Optical Network Termination) เพื่อทำหน้าที่กรจายสัญญาณทั้งในรูปแบบของสัญญาณแสง และ ไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ใช้งาน ซึ่งอาจเป็น โทรศัพท์ โทรทัศน์ โทรสาร หรือ

เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ จำนวนอุปกรณ์ใช้งานในบ้านของผู้ใช้อาจมีได้มากกว่าหนึ่งอุปกรณ์ ขึ้นกับปริมาณข้อมูล (ความเร็ว) ที่ใช้บริการ (จ่ายเงินมากก็ได้ข้อมูลมาก) และรูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการ (Operator)

สัญญาณส่งระหว่าง CO ไปยัง ONU ในบ้านผู้ใช้ อาจประกอบด้วยส่วนของตัวแยกสัญญาณ และอุปกรณ์ ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เหมาะสมกับการต่อเชื่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าปลายทาง เช่น โทรทัศน์ หรือ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยปรกติ การสื่อสารข้อมูลจาก CO ถึงบ้านผู้ใช้ซึ่งถือเป็นการสื่อสาร ข้อมูลขาลง(Downstream) และจากบ้านผู้ใช้ไปยัง CO ซึ่งถือว่าเป็นการสื่อสารข้อมูลขาขึ้น(Upstream) มักมีค่า ความเร็วแตกต่างกัน โดยปกรติ ความเร็วของการสื่อสาร ขาลง (Downstream) จะสูงกว่า ความเร็วของการสื่อสารขาขึ้น(Upstream)

ค่ากำลังงานสูญเสียทั้งหมดในระบบสายส่ง ( Total Budget) จาก CO ไปยัง ONU ที่บ้านของผู้ใช้ในแต่ละราย ไม่ควรเกิน 25dB

ค่าการสูญเสียสัญญาณที่ตัวแยกแสง มักเป็นส่วนหลักที่ทำให้เกิดการลดทอนสัญญาณใน ระบบ ตัวอย่างเช่น ตัวแยกแสง ( Splitter ) ชนิด 1:32 ควรมีค่าการสูญเสียสัญญาณไม่เกิน 16 dB

ค่าการสูญเสียสัญญาณรวมทั้งหมดของหัวต่อ(Connector) และการเชื่อมต่อแบบสไปลซ์ (Splice) ในระบบสายส่ง ควรมีค่าประมาณ 2-3 dB

ค่าการลดทอนสัญญาณแสงของเส้นใยนำแสงมีค่าขึ้นกับความยาวคลื่นที่ใช้ และค่าความยาวรวม ของสายส่ง (เช่น 0.33 dB/km@1310nm) ซึ่งจะส่งผลให้สาย ส่งในระบบ FTTH โดยทั่วไปมีค่าอยู่ ระหว่าง 4-20 กิโลเมตร

หากมีการสื่อสารสัญญาณภาพแบบแอนะล็อก ต้องคำนึงถึงค่าการลดทอนสัญญาณ การสะท้อน แสงตอนปลายเส้นใยนำแสง และค่าระยะทางสูงสุดระหว่างต้นทางกับปลายทางเป็นพิเศษ โดยทั่วไปค่าการลดทอน ณ จุดต่อที่ ONT ควรมีค่าประมาณ 3-5 dB

ค่าการลดทอนสูงสุดที่เกิดขึ้นจริงในระบบสายส่ง ต้องมีค่าน้อยกว่าค่ากำลังงานสูญเสียยสูงสุด ( Loss Budget หรือ Power Budget) ที่ได้ ออกแบบไว้

ขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติของสายเชื่อมโยงแต่ละเส้น ก็คือการตรวจสอบเส้นใยนำแสงที่นำมาใช้ในระบบ FFTH ว่ามีค่าลดทอนสัญญาณเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ การทดสอบอาจใช้ OTDR ตรวจสอบกับสายเคเบิลแต่ละเส้นในขณะที่ยังไม่มีการเชื่อมต่อใดๆ ในระบบเครือข่าย ตัวอย่างเช่น ระบบ PON  ที่เลือกใช้เคเบิลเส้นใยนำแสงตามมาตราฐาน G.625C ค่าการลดทอน สัญญาณที่ตรวจสอบด้วย OTDR ควรมีค่าประมาณ 0.33 dB/KM @ 1310 nm, 0.21 dB/KM@1490 nm และ 0.19dB/KM@1550 nm เป็นต้น

การพิจารณา ขนาดของคอร์ของเส้นใยแก้วก็ต้องคำนึกถึงด้วยเช่นกันซึ่งแต่ละบริษัท โรงงาน ผู้ผลิตจะบอกมาให้ เพื่อให้เราทราบเช่นกัน

อีกส่วนหนึ่งต้องนำมาคำนึกถึง คือค่าที่จะถูกลดทอนจากการติดตั้ง เช่นค่า Bending การโค้งงอ ของสายเนื่องจากการติดตั้ง เป็นต้น

ค่าการสูญเสียสัญญาณ ณ จุดเชื่อมต่อ แบบไปลซ์ ( Splice) ควรมีค่าต่ำกว่า 0.1 dB

เอกสารอ้างอิง: อธิคม ฤกษบุตร,”เส้นใยแก้วและการประยุกต์ใช้งานเบื้องต้น”

: บริษัท FiberHome Telecommunication Technologies Co.,Ltd.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.kkctnetwork.com/fttx-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html


บ่อวิน108ดอทคอม บริการออกแบบวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ใยแก้วนำแสง (ลักษณะเดียวกันกับ ISP 3bb,tot,ais.true)

สำหรับนิติบุคคลอาคารชุดที่มีแต่สายโทรศัพท์ที่เป็นทองแดง สามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบ FTTx ได้

สำหรับโครงการสร้างใหม่

สำหรับโครงการหมู่บ้านจัดสรรค์ที่ต้องการความสวยงามระหว่างการขาย

สนใจติดต่อ : 084-867-8258  ช่างไมตรี

view